ตัวอย่างคลิปวีดีโอมวยปล้ำ
วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
ประวัติมวยปล้ำ โดยนายกิตติพงษ์ จานแก้ว

มวยปล้ำ (Wrestling) เป็นกีฬาที่เก่าที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะก่อนที่มนุษย์จะรู้จักการใช้อาวุธ เช่น หอก ขวาน หรือธนู เพื่อเอาไว้สู้กับสัตว์ร้ายนั้นมนุษย์จะต้องฝึกหัดมวยปล้ำไว้เพื่อป้องกันตัวจากสัตว์ร้ายหรือพวกมนุษย์ด้วยกันเอง อย่างไรก็ตาม มวยปล้ำที่กล่าวนี้แตกต่างไปจากมวยปล้ำในปัจจุบัน เพราะไม่ใช่กีฬาฝึกในเวลาว่าง หรือเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ในสังคม มวยปล้ำสมัยแรกเริ่มนั้นฝึกกันเพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิต ทั้งชีวิตของตัวเองและชีวิตของสมาชิกในครอบครัว ยิ่งกว่านั้นมวยปล้ำยังช่วยให้สามารถหาอาหารได้เมื่อมนุษย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์จากไฟ การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการทำเครื่องมือจากโลหะ บทบาทของมวยปล้ำก็เปลี่ยนไป มวยปล้ำกลายเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง ผู้ชายจะมาเล่ามวยปล้ำเพื่อทดสอบความแข็งแรง และเพื่อจะเป็นผู้ที่แข็งแรงที่สุดในกลุ่มเสมอ โดยใช้มวยปล้ำในการคัดเลือกหัวหน้าเผ่าหรือแม่ทัพในการทำสงคราม ผู้ที่ชนะเลิศในการปล้ำ จะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้แข็งแรงที่สุด และได้รับการโห่ร้องแสดงความยินดีจากคนทั่วไปบางครั้งถึงกับประพันธ์เป็นเพลงร้องสรรเสริญ หรือแต่งเป็นตำนานเล่าต่อๆ กันมาหรือสร้างเป็นอนุสาวรีย์
ยุคก่อนประวัติศาสตร์มนุษย์ต้องเตรีมการต่อสู้ป้องกันตัวจากสัตว์ร้ายและต้องมีกำลังพอที่จะต้องต่อสู้อย่างเข้มแข็ง
มวยปล้ำกลายมาเป็นกีฬาเมื่อโลกเข้าสู่ยุคอารยะ โดย S.A. Sperider ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2481 ว่ากีฬามวยปล้ำเริ่มในยุคเมโสโปเตเมีย
สิ่งที่กล่าวมาแล้วยืนยันได้จากภาพเขียนและภาพแกะสลักรูปมวยปล้ำในท่าต่างๆ มากมายที่ผนังของวิหาร และสุสานเบนิ ฮัสซาน (Beni Hassan) จำนวน 200รูป ในประเทศอียิปต์ภาพเขียนที่ผนังถ้ำก็มีภาพของการปล้ำทางแถบลุ่มแม่น้ำ 2 สาย ก็มีผู้พบรูปมวยปล้ำในวิหารคยาฟาเจ (Kyafaje) ใกล้ๆ กับเมืองแบกแดด ประเทศอิรัก รูปมวยปล้ำที่พบนี้เป็นฝีมือของชาวสุเมเรียน ซึ่งเป็นชนชาติที่หายสาปสูญไปนานแล้ว และที่เกาะครัตก็ได้พบภาพเขียนรูปมวยปล้ำที่แจกันซึ่งมีความเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 1,600 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ยุคก่อนประวัติศาสตร์มนุษย์ต้องเตรีมการต่อสู้ป้องกันตัวจากสัตว์ร้ายและต้องมีกำลังพอที่จะต้องต่อสู้อย่างเข้มแข็ง
มวยปล้ำกลายมาเป็นกีฬาเมื่อโลกเข้าสู่ยุคอารยะ โดย S.A. Sperider ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2481 ว่ากีฬามวยปล้ำเริ่มในยุคเมโสโปเตเมีย
สิ่งที่กล่าวมาแล้วยืนยันได้จากภาพเขียนและภาพแกะสลักรูปมวยปล้ำในท่าต่างๆ มากมายที่ผนังของวิหาร และสุสานเบนิ ฮัสซาน (Beni Hassan) จำนวน 200รูป ในประเทศอียิปต์ภาพเขียนที่ผนังถ้ำก็มีภาพของการปล้ำทางแถบลุ่มแม่น้ำ 2 สาย ก็มีผู้พบรูปมวยปล้ำในวิหารคยาฟาเจ (Kyafaje) ใกล้ๆ กับเมืองแบกแดด ประเทศอิรัก รูปมวยปล้ำที่พบนี้เป็นฝีมือของชาวสุเมเรียน ซึ่งเป็นชนชาติที่หายสาปสูญไปนานแล้ว และที่เกาะครัตก็ได้พบภาพเขียนรูปมวยปล้ำที่แจกันซึ่งมีความเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 1,600 ปีก่อนคริสต์ศักราช
มวยปล้ำในกีฬาโอลิมปิก
Baron Pia De Coubatin ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ฟื้นฟูกีฬาโอลิมปิกขึ้นมาใหม่ โดยครั้งแรกจัดที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ในปี พ.ศ. 2439 แต่มวยปล้ำก็ยังไม่ได้เป็นกีฬาที่ใช้แข่งขัน จนกระทั่งโอลิมปิก ครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2447 ซึ่งจัดที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ สหรัฐอเมริกา มวยปล้ำจึงเป็นกีฬาที่อยู่ในการแข่งขันด้วยและมีในการแข่งขันโอลิมปิกเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งการแข่งขันมวยปล้ำในกีฬาโอลิมปิกมีถึง 3 แบบคือ ฟรีสไตล์ เกรโกโรมัน และแซมโบ ดังนั้นเหรียญสำหรับกีฬาประเภทนี้จึงมีถึง 30 เหรียญในเอเชียมวยปล้ำเริ่มเป็นกีฬาในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 2 ซึ่งประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ โดยจัดให้มีการแข่งขัน 2 ประเภทคือ แบบฟรีสไตล์และแบบเกรโกโรมัน ซึ่งการแข่งขันมวยปล้ำในเอเชียนเกมส์ก็ยังคงมีอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน
Baron Pia De Coubatin ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ฟื้นฟูกีฬาโอลิมปิกขึ้นมาใหม่ โดยครั้งแรกจัดที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ในปี พ.ศ. 2439 แต่มวยปล้ำก็ยังไม่ได้เป็นกีฬาที่ใช้แข่งขัน จนกระทั่งโอลิมปิก ครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2447 ซึ่งจัดที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ สหรัฐอเมริกา มวยปล้ำจึงเป็นกีฬาที่อยู่ในการแข่งขันด้วยและมีในการแข่งขันโอลิมปิกเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งการแข่งขันมวยปล้ำในกีฬาโอลิมปิกมีถึง 3 แบบคือ ฟรีสไตล์ เกรโกโรมัน และแซมโบ ดังนั้นเหรียญสำหรับกีฬาประเภทนี้จึงมีถึง 30 เหรียญในเอเชียมวยปล้ำเริ่มเป็นกีฬาในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 2 ซึ่งประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ โดยจัดให้มีการแข่งขัน 2 ประเภทคือ แบบฟรีสไตล์และแบบเกรโกโรมัน ซึ่งการแข่งขันมวยปล้ำในเอเชียนเกมส์ก็ยังคงมีอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน
การเริ่มการแข่งขัน
กรรมการจะเช็คดังนี้ว่าถูกต้องหรือไม่
- เช็คเครื่องแต่งกาย
- เช็คตัวว่ามีการทาน้ำมันตัวให้ลื่นหรือเปล่า
- ดูว่าไม่มีเหงื่อออก
- ดูว่าแต่ละคนมีผ้าเช็ดหน้าคนละผืนหรือไม่
โดยมารยาทของการแข่งขัน
นักกีฬากล่าวสวัสดีทักทายกันจับมือ เมื่อกรรมการเป่านกหวีดจึงเริ่มปล้ำกัน
ระยะเวลาในการแข่งขัน
1.Schoolgirls and Cadets (รุ่นจิ๋วและรุ่นเล็ก)
1 Period เป็นเวลา 3 นาที ไม่มีการหยุดพัก
2.Juniors and Seniors (รุ่นกลางและรุ่นใหญ่)
1 Period เป็นเวลา 4 นาที ไม่มีการหยุดพัก
Extra time เป็นเวลา 2 นาที ทุกรุ่น ระยะเวลาของการแข่งขันคือ 9 นาที การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ 3+3+3 นาทีแรกจะให้นักกีฬาพัก 1 นาที
หลังจากพัก 1 นาทีแล้ว ก็จะเริ่มต่อสู้ในรอบที่ 2 และ 3 ต่อไป จนครบ 9 นาที ผู้เข้าแข่งขันจะเริ่มต่อสู้กันในท่ายืนเสมอ
การสิ้นสุดของการปล้ำ หรือหมดยกจะใช้สัญญาณโดยตีกลอง ถ้าผู้ตัดสินไม่ได้ยินเสียงกลอง (ระฆัง) ประธานการแข่งขันจะต้องเป็นผู้ให้ยุติการแข่งขันการกระทำใด ๆ ของนักกีฬาระหว่างระฆังกับเสียงนกหวีด ถือได้ว่าไม่มีผลใด ๆ
การให้คะแนน ให้แก่
1.ผู้เล่นที่เหวี่ยงคู่ต่อสู้ลงไปบนเบาะและจับกดลงพื้นอย่างมั่นคงโดยแสดงว่าเขาได้เปรียบอย่างเต็มที่
2.ผู้เล่นที่จับคู่ต่อสู้ได้อย่างถูกต้องและทำให้คู้ต่อสู้อยู่ในท่าอันตรายได้ชั่วระยะหนึ่งน้อยกว่าหรือมากกว่า 5 วินาที ถ้าน้อยกว่า 2 วินาที จะได้ 2 คะแนน ถ้ามากกว่าก็ได้คะแนน 3 คะแนน
การตัดสินให้ชนะโดย
1.ทำ "a fall" ได้คือกดหัวไหล่ทั้ง 2 ข้างของคู่ต่อสู้ให้แตะพื้นตามกติกา
2.ทับคู่ต่อสู้ไว้อย่างเห็นได้ชัดแจ้ง (10 คะแนน)
3.คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ,ถอนตัวจากการแข่งขัน, ไม่มาแข่งขัน
4.ชนะโดยคะแนน ได้คะแนนเทคนิคคอลอยู่ 3 คะแนน
5.คู่ต่อสู้ขาดคุณสมบัติของนักกีฬา
กรรมการจะเช็คดังนี้ว่าถูกต้องหรือไม่
- เช็คเครื่องแต่งกาย
- เช็คตัวว่ามีการทาน้ำมันตัวให้ลื่นหรือเปล่า
- ดูว่าไม่มีเหงื่อออก
- ดูว่าแต่ละคนมีผ้าเช็ดหน้าคนละผืนหรือไม่
โดยมารยาทของการแข่งขัน
นักกีฬากล่าวสวัสดีทักทายกันจับมือ เมื่อกรรมการเป่านกหวีดจึงเริ่มปล้ำกัน
ระยะเวลาในการแข่งขัน
1.Schoolgirls and Cadets (รุ่นจิ๋วและรุ่นเล็ก)
1 Period เป็นเวลา 3 นาที ไม่มีการหยุดพัก
2.Juniors and Seniors (รุ่นกลางและรุ่นใหญ่)
1 Period เป็นเวลา 4 นาที ไม่มีการหยุดพัก
Extra time เป็นเวลา 2 นาที ทุกรุ่น ระยะเวลาของการแข่งขันคือ 9 นาที การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ 3+3+3 นาทีแรกจะให้นักกีฬาพัก 1 นาที
หลังจากพัก 1 นาทีแล้ว ก็จะเริ่มต่อสู้ในรอบที่ 2 และ 3 ต่อไป จนครบ 9 นาที ผู้เข้าแข่งขันจะเริ่มต่อสู้กันในท่ายืนเสมอ
การสิ้นสุดของการปล้ำ หรือหมดยกจะใช้สัญญาณโดยตีกลอง ถ้าผู้ตัดสินไม่ได้ยินเสียงกลอง (ระฆัง) ประธานการแข่งขันจะต้องเป็นผู้ให้ยุติการแข่งขันการกระทำใด ๆ ของนักกีฬาระหว่างระฆังกับเสียงนกหวีด ถือได้ว่าไม่มีผลใด ๆ
การให้คะแนน ให้แก่
1.ผู้เล่นที่เหวี่ยงคู่ต่อสู้ลงไปบนเบาะและจับกดลงพื้นอย่างมั่นคงโดยแสดงว่าเขาได้เปรียบอย่างเต็มที่
2.ผู้เล่นที่จับคู่ต่อสู้ได้อย่างถูกต้องและทำให้คู้ต่อสู้อยู่ในท่าอันตรายได้ชั่วระยะหนึ่งน้อยกว่าหรือมากกว่า 5 วินาที ถ้าน้อยกว่า 2 วินาที จะได้ 2 คะแนน ถ้ามากกว่าก็ได้คะแนน 3 คะแนน
การตัดสินให้ชนะโดย
1.ทำ "a fall" ได้คือกดหัวไหล่ทั้ง 2 ข้างของคู่ต่อสู้ให้แตะพื้นตามกติกา
2.ทับคู่ต่อสู้ไว้อย่างเห็นได้ชัดแจ้ง (10 คะแนน)
3.คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ,ถอนตัวจากการแข่งขัน, ไม่มาแข่งขัน
4.ชนะโดยคะแนน ได้คะแนนเทคนิคคอลอยู่ 3 คะแนน
5.คู่ต่อสู้ขาดคุณสมบัติของนักกีฬา
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Web Blog กีฬา โดย นายกิตติพงษ์ จานแก้ว
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Web Blog กีฬา โดย นายกิตติพงษ์ จานแก้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)